หน้าแรก     แผนผังเว็บไซต์     ติดต่อเรา           

ลงทะเบียน
 
ชื่อผู้ใช้ (ชื่อหรือชื่อบริษัท)
รหัสผ่าน (เลขที่สมาชิกหนังสือ)
  • ลืมรหัสผ่านสมาชิก
  •  
       
    กรอก Email รับข่าวสาร
     
     

    กันยายน - 2561 
    อา
    พฤ
    26
    27
    28
    29
    30
    31
    1
    2
    3
    4
    5
    6
    7
    8
    9
    10
    13
    14
    15
    16
    17
    18
    19
    20
    21
    22
    23
    24
    25
    26
    27
    28
    29
    30
    1
    2
    3
    4
    5
    6
       >> รายการสัมมนาทั้งหมด
       >> สถานที่อบรม-สัมมนาทั้งหมด

    ค่าลดหย่...
       
    อัตราภาษ...
       
    ซื้อกระเ...
       
    เงินได้ต...
       
    กรณีบริษ...
       
     

    สัมภาษณ์พิเศษท่านจิตรมณี สุวรรณพูล
       
    เบี้ยปรับและเงินเพิ่ม กรณีภาษีเงินได้นิติบุคคล
       
    การเสียภาษีมูลค่าเพิ่มของเงินจองหรือเงินดาวน์
       
     
     
     

    เงินประกันกันเสียภาษีกันอย่างไร

    jan1_1_814 

    มีคนมากมายไม่ว่าจะเป็นผู้เสียภาษี ลูกศิษย์ลูกหา แม้กระทั่งเจ้าหน้าที่สรรพากรเอง ที่มาถามผู้เขียนตลอดเวลาว่า "เงินประกัน" จริงๆ แล้วต้องเสียภาษีเงินได้หรือภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่ และถ้าต้องเสียภาษี จะเสียกันอย่างไร ซึ่งผู้เขียนก็ได้พยายามอธิบายมาหลายปีในทุกที่ทุกเวลาที่มีโอกาส แต่คำถามเหล่านี้ก็ยังไม่ได้น้อยลงไปเลย แสดงให้เห็นว่ายังมีคนจำนวนมากที่ยังไม่เข้าใจ หรือเข้าใจผิดเกี่ยวกับการเสียภาษีของเงินประกันอีกเป็นจำนวนมาก จึงเห็นว่าน่าจะถึงเวลาเขียนบทความดีๆ ชี้แจงให้เข้าใจถึงการเสียภาษีของเงินประกันที่ถูกต้องเป็นเรื่องเป็นราวกันสักที เมื่อเข้าใจที่มาของบทความนี้แล้วก็ขอเริ่มเข้าสู่รายละเอียดของเรื่องเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา

    ปัญหาหลักที่ทำให้พนักงานทำภาษีส่วนใหญ่ซึ่งเป็นนักบัญชีไม่ค่อยเข้าใจหรือรับไม่ (ค่อย) ได้ กับการที่กรมสรรพากรวินิจฉัยให้นำเงินประกันมาลงเป็นรายได้ทางภาษีอากร ก็เนื่องจากในทางการบัญชี เงินประกันเป็นสิ่งที่ต้องคืนลูกค้าในอนาคตเมื่อเลิกสัญญา จึงยังไม่ถือเป็นรายได้ในทางบัญชี อีกทั้งปัจจุบันผู้เสียภาษีที่มีปัญหากับกรมสรรพากรมากที่สุดคือผู้ที่เสียภาษีจากฐานกำไรสุทธิ เนื่องจากไม่สามารถจ้างนักบัญชีที่เก่งหรือชำนาญทางด้านการทำบัญชีตามมาตรฐานการบัญชีอย่างเดียวได้ เหตุเพราะมีรายได้และรายจ่ายหลายกรณีที่ทางบัญชีไม่ตรงกับวิธีการทางภาษีอากร

    ตัวอย่างความแตกต่างด้านรายได้ เช่น เงินปันผลรับ ทางบัญชีถือเป็นรายได้ แต่ทางภาษีอากรอาจได้รับยกเว้นกึ่งหนึ่งหรือทั้งจำนวนตามมาตรา 65 ทวิ (10) แห่งประมวลรัษฎากร หรือกรณีการให้กรรมการกู้ยืมเงินโดยไม่คิด ดอกเบี้ย ทางบัญชีจึงไม่มีรายได้จากดอกเบี้ยรับ แต่ทางภาษีอากรเจ้าพนักงานมีสิทธิประเมินให้มีดอกเบี้ยรับได้ตามมาตรา 65 ทวิ (4) แห่งประมวลรัษฎากร

    ตัวอย่างความแตกต่างด้านรายจ่าย เช่น เงินบริจาคการกุศล ทางบัญชีถือเป็นรายจ่าย แต่ทางภาษีไม่สามารถนำมาถือเป็นรายจ่ายได้ ทั้งจำนวน ตามมาตรา 65 ตรี (3) แห่งประมวล-รัษฎากร หรือกรณีผลขาดทุนของรอบระยะเวลาบัญชีก่อน ทางบัญชีไม่ถือเป็นรายจ่ายในรอบระยะเวลาบัญชีปัจจุบัน แต่ทางภาษีอากรมีสิทธินำผลขาดทุนของรอบระยะเวลาบัญชีก่อนมา ถือเป็นรายจ่ายในรอบระยะเวลาบัญชีปัจจุบันได้ ตามมาตรา 65 ตรี(12) แห่งประมวลรัษฎากร

    อย่างไรก็ตาม จากความแตกต่างข้างต้นสามารถแก้ไขได้ โดยการปฏิบัติตามเงื่อนไขการคำนวณกำไรสุทธิ ที่กำหนดอยู่ในมาตรา 65 ทวิ และมาตรา 65 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร แต่ปัญหาที่ผู้เสียภาษียังแก้ไม่ได้คือ กรณีที่รายได้และรายจ่ายบางรายการไม่ได้กำหนดไว้ชัดเจนในกฎหมายประมวลรัษฎากร ทำให้จำเป็นต้องลงรายได้หรือรายจ่ายตามวิธีการทางบัญชีไปก่อน จึงมีความเสี่ยงต่อความผิดพลาดอยู่เสมอ หากกรมสรรพากรพิจารณาไม่ตรงกับทางบัญชี และปัญหาหนึ่งในนั้นคือ "เงินประกัน" นั่นเอง

    (โปรดติดตามเนื้อหาฉบับเต็มได้ในวารสารสรรพากรสาส์น ฉบับประจำเดือน ธันวาคม 2550)

    หน้า 1   


    จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต

     

    Copyright © 2006 สรรพากรสาส์น All rights reserved. Do not duplicate or redistribute in any form.
    สรรพากรสาส์น ชั้น 1 อาคารสวัสดิการ กรมสรรพากร เลขที่ 90 ถนนพหลโยธิน ซอย 7 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
    โทร 02-617-3239, 02-272-9558, 02-272-9559
    Design by: b plus j Co., Ltd.