หน้าแรก     แผนผังเว็บไซต์     ติดต่อเรา           

ลงทะเบียน
 
ชื่อผู้ใช้ (ชื่อหรือชื่อบริษัท)
รหัสผ่าน (เลขที่สมาชิกหนังสือ)
  • ลืมรหัสผ่านสมาชิก
  •  
       
    กรอก Email รับข่าวสาร
     
     

    ธันวาคม - 2560 
    อา
    พฤ
    26
    27
    28
    29
    30
    1
    2
    3
    4
    5
    6
    7
    8
    9
    10
    11
    12
    13
    14
    15
    16
    17
    18
    19
    20
    21
    22
    23
    24
    25
    26
    27
    28
    29
    30
    31
    1
    2
    3
    4
    5
    6
       >> รายการสัมมนาทั้งหมด
       >> สถานที่อบรม-สัมมนาทั้งหมด

    ค่าลดหย่อน
       
    อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรม...
       
    ซื้อกระเช้าปีใหม่
       
    เงินได้ตาม ม.40(2)
       
    กรณีบริษัทรับเงินสนับสนุน...
       
     

    สัมภาษณ์พิเศษท่านจิตรมณี สุวรรณพูล
       
    เบี้ยปรับและเงินเพิ่ม กรณีภาษีเงินได้นิติบุคคล
       
    การเสียภาษีมูลค่าเพิ่มของเงินจองหรือเงินดาวน์
       
     
     
     

    ภาษีธุรกิจเฉพาะกรณีผู้ถูกเวนคืน อสังหาริมทรัพย์เป็นนิติบุคคล

     apr1_618

        จากการที่ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาเกี่ยวกับกรณีผู้ถูกเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นนิติบุคคลไว้เป็นประกันที่น่าสนใจหลายกรณี ซึ่งวินิจฉัยแตกต่างจากทางปฏิบัติที่กรม-สรรพากรได้วางไว้ สาระสำคัญคือ นิติบุคคลซึ่งจำเป็นต้องมีอสังหาริมทรัพย์ไว้ใช้ในการประกอบกิจการไม่ใช่เพื่อขาย แต่ต่อมาถูกทางราชการเวนคืนตามกฎหมายว่าด้วยการเวนคืน จำต้องมีการโอนทรัพย์ก็เพราะถูกบังคับให้โอน กรณีจะถือเป็นการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นทางค้าหรือหากำไรตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 91/21(6) แห่งประมวลรัษฎากรหรือไม่? ด้วย ข้อพิจารณาที่อาจมีการตีความแตกต่างกันไป ผู้เขียนจึงได้รวบรวมกฎหมายที่เกี่ยวข้อง แนว คำพิพากษาศาลฎีกา ข้อหารือของกรมสรรพากรที่ได้มีคำวินิจฉัยไว้ ตลอดจนเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง จากผู้ทรงคุณวุฒิหลายๆ ท่าน มาเรียบเรียงเป็นบทความที่ได้จะนำเสนอต่อไปนี้

         ก่อนอื่นเพื่อให้ประโยชน์สูงสุดต่อผู้อ่าน ผู้เขียนขอกล่าวถึงเฉพาะกฎหมายที่เป็นกฎหมายหลักได้แก่ มาตรา 91/2(6) แห่งประมวลรัษฎากร และกฎหมายลำดับรองได้แก่ พระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 342) พ.ศ. 2541ฯ (นอกจากนี้ หลังจากที่กรมสรรพากรออกพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 342) พ.ศ. 2541 ก็ได้มีคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.82/2542 เรื่อง การเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ สำหรับการขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางการค้าหรือหากำไร ตามมาตรา 91/21(6) แห่งประมวล-รัษฎากร ซึ่งขอให้ผู้อ่านศึกษาได้จากประมวล-รัษฎากรโดยผู้เขียนจะมิได้กล่าวถึงในที่นี้) โดยจะอธิบายเป็นภาพรวม แล้วจึงศึกษาประกอบกับแนวคำพิพากษาศาลฎีกาและข้อหารือของ กรมสรรพากรต่อไป

         1. กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

           1.1 ประมวลรัษฎากร มาตรา 91/2(6) ซึ่งกำหนดให้การขายสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไร ไม่ว่าอสังหาริมทรัพย์จะได้มาด้วยวิธีใดก็ตาม ทั้งนี้เฉพาะที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดโดยพระราช-กฤษฎีกา เป็นกิจการที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ

          1.2 พระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 342) พ.ศ. 2541 การขายอสังหาริมทรัพย์ที่จะต้อง เสียภาษีธุรกิจเฉพาะนั้น จะต้องเป็นการขายอสังหา- ริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไรตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา ดังนั้น การขายอสังหาริมทรัพย์ที่จะต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะหรือไม่นั้น ต้องดูพระราชกฤษฎีกาฉบับเดิมคือ พระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 244) พ.ศ. 2534 สำหรับการโอนก่อนวันที่ 1 มกราคม 2542 ซึ่งฉบับที่ใช้ปัจจุบันคือ พระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 342) พ.ศ. 2542 กำหนดในมาตรา 4 ให้การขายอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ 6 กรณีด้วยกัน คือ

         "การขายอสังหาริมทรัพย์เฉพาะที่ต้องจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมดังต่อไปนี้เป็นการขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไรที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะตามมาตรา 91/2(6) แห่งประมวลรัษฎากร

            (1) การขายอสังหาริมทรัพย์ของผู้ซึ่งได้รับอนุญาตให้ทำการจัดสรรที่ดินตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการจัดสรรที่ดิน

            (2) การขายห้องชุดของผู้ประกอบกิจการซึ่งเป็นผู้ขอจดทะเบียนอาคารชุด ตามกฎหมายว่าด้วยอาคารชุด

            (3) การขายอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นอาคารที่สร้างขึ้นเพื่อขาย รวมถึงการขายที่ดินอันเป็นที่ตั้งของอาคารดังกล่าว

            (4) การขายอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่เข้าลักษณะตาม (1) (2) หรือ (3) เฉพาะกรณีที่มีการแบ่งขายหรือมีการแบ่งแยกไว้เพื่อขาย โดยได้จัดทำถนนหรือสิ่งสาธารณูปโภคอื่น หรือให้คำมั่นว่าจะจัดให้มีสิ่งดังกล่าว

           (5) การขายอสังหาริมทรัพย์ที่ผู้ขายมีไว้ในการประกอบกิจการเฉพาะของนิติบุคคลตามมาตรา 77/1 แห่งประมวลรัษฎากร

            (6) การขายอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่เข้าลักษณะตาม (1) (2) (3) (4) หรือ (5) ที่ได้กระทำภายในห้าปีนับแต่วันที่ได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์นั้น เว้นแต่

                 (ก) การขายหรือการถูกเวนคืนตามกฎหมายว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์

                 (ข) การขายอสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาโดยทางมรดก

                (ค) การขายอสังหาริมทรัพย์ที่ใช้เป็นสถานที่อยู่อาศัยอันเป็นแหล่งสำคัญ ที่ผู้ขายมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎรเป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปีนับแต่วันที่ได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์นั้น ในกรณีที่ที่ดินและอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างตาม (ค) ได้มาไม่พร้อมกัน กำหนดเวลาห้าปีตามความใน (6) ให้ถือตามระยะเวลาการได้มาซึ่งที่ดินหรืออาคาร หรือสิ่งปลูกสร้างที่ได้มาภายหลัง

                (ง) การโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์โดยไม่มีค่าตอบแทนให้แก่บุตรชอบด้วยกฎหมายของตน แต่ไม่รวมถึงบุตรบุญธรรม 

            (จ)การโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์ทางมรดกให้แก่ทายาทโดยธรรมหรือผู้รับพินัยกรรมซึ่งเป็นทายาท โดยธรรม

              (ฉ) การโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์ ให้แก่ส่วนราชการหรือองค์การของรัฐบาลตามมาตรา 2 แห่งประมวลรัษฎากรโดยไม่มีค่าตอบแทน

               (ช) การแลกเปลี่ยนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์ กับส่วนราชการหรือองค์การของรัฐบาลตามมาตรา 2 แห่งประมวลรัษฎากร เฉพาะในกรณีที่ส่วนราชการหรือองค์การของรัฐบาลนั้นมิได้มีการจ่ายค่าตอบแทนเป็นอย่างอื่นนอกจากอสังหาริมทรัพย์ที่แลกเปลี่ยนนั้น"

    (ติดตามเนื้อหาเต็มได้ในวารสารประจำเดือน เมษายน 2551)

    หน้า 1   


    จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต

     

    Copyright © 2006 สรรพากรสาส์น All rights reserved. Do not duplicate or redistribute in any form.
    สรรพากรสาส์น ชั้น 1 อาคารสวัสดิการ กรมสรรพากร เลขที่ 90 ถนนพหลโยธิน ซอย 7 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
    โทร 02-617-3239, 02-272-9558, 02-272-9559
    Design by: b plus j Co., Ltd.