หน้าแรก     แผนผังเว็บไซต์     ติดต่อเรา           

ลงทะเบียน
 
ชื่อผู้ใช้ (ชื่อหรือชื่อบริษัท)
รหัสผ่าน (เลขที่สมาชิกหนังสือ)
  • ลืมรหัสผ่านสมาชิก
  •  
       
    กรอก Email รับข่าวสาร
     
     

    กันยายน - 2561 
    อา
    พฤ
    26
    27
    28
    29
    30
    31
    1
    2
    3
    4
    5
    6
    7
    8
    9
    10
    13
    14
    15
    16
    17
    18
    19
    20
    21
    22
    23
    24
    25
    26
    27
    28
    29
    30
    1
    2
    3
    4
    5
    6
       >> รายการสัมมนาทั้งหมด
       >> สถานที่อบรม-สัมมนาทั้งหมด

    ค่าลดหย่...
       
    อัตราภาษ...
       
    ซื้อกระเ...
       
    เงินได้ต...
       
    กรณีบริษ...
       
     

    สัมภาษณ์พิเศษท่านจิตรมณี สุวรรณพูล
       
    เบี้ยปรับและเงินเพิ่ม กรณีภาษีเงินได้นิติบุคคล
       
    การเสียภาษีมูลค่าเพิ่มของเงินจองหรือเงินดาวน์
       
     
     
     

    ผ่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรากหญ้า..ยังมีข้อควรระวัง!!!

    may4_434 

        ความพยายามในการฟื้นฟูเศรษฐกิจท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงที่ยังรุมเร้ารอบด้าน ทั้ง ในเรื่องของราคาน้ำมัน และการแข็งค่าของ เงินบาท ดูจะเป็นเรื่องที่ท้าทายความสามารถของรัฐบาลชุดใหม่ที่ทุกคนกำลังจับตามอง ความตั้งใจของรัฐบาลที่จะเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวโดยเร็วเห็นได้จากการผลักดันมาตรการต่างๆ ที่ออกมาในเวลาที่ผ่านไปเพียงไม่กี่เดือนของปีนี้ เริ่มจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดแรกในช่วงเดือนมีนาคม ซึ่งประกอบไปด้วย 3 มาตรการหลักๆ ได้แก่

         •มาตรการภาษีเพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่ประชาชน และช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสทางสังคม โดยการเพิ่มเงินได้สุทธิที่ได้รับการยกเว้นภาษี เงินได้บุคคลธรรมดาจาก 100,000 บาท เป็น 150,000 บาท

          •มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนวิสาหกิจชุมชน โดยการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้กับวิสาหกิจชุมชนที่มีรายได้ไม่เกินเดือนละ 100,000 บาท การลดภาษีธุรกิจเฉพาะรวม ภาษีท้องถิ่นให้กับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองอสังหาริมทรัพย์เป็นเวลา 1 ปี

         •มาตรการภาษีเพื่อกระตุ้นการลงทุน โดยการให้หักค่าเสื่อมราคาของเครื่องจักรใน การประเมินภาษีได้มากขึ้น และลดภาษีให้กับบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดเอ็มเอไอที่มีกำไร ไม่เกิน 20 ล้านบาท เป็นเวลา 3 ปี เป็นต้น

        สังเกตได้ว่ามาตรการชุดแรกจะเน้นด้านมาตรการภาษีซึ่งก็ยังไม่ได้ครอบคลุมประชากรส่วนใหญ่ของประเทศที่อยู่ในภาคเกษตรและชนบท มาตรการชุดใหม่ของรัฐบาลที่ออกมาเมื่อต้นเดือนเมษายน จึงมุ่งให้การช่วยเหลือคนกลุ่มรากหญ้าและเกษตรกรโดยตรงรวม 6 มาตรการ ซึ่งประกอบด้วย

       เมื่อพิจารณาในภาพรวม แม้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในครั้งนี้ดูเหมือนว่าวงเงินที่ ใช้กระตุ้นเศรษฐกิจจะสูง แต่หากพิจารณาใน รายละเอียดแล้ว วงเงินส่วนที่รัฐบาลต้องจ่ายโดยตรงมีเพียงประมาณ 45,600 ล้านบาท ส่วนที่เหลือเป็นเงินให้สินเชื่อตามปกติของสถาบันการเงินเฉพาะกิจของภาครัฐ

       สำหรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ใช้ งบประมาณจากภาครัฐโดยตรง 3 มาตรการ ได้แก่ การพักหนี้เกษตรกร กองทุนหมู่บ้าน และโครงการเอสเอ็มแอล ฝ่ายวิจัย ธนาคารทหารไทย คาดว่าจะเป็นมาตรการที่มีความเหมาะสมในการกระตุ้นเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี แม้นโยบายพักหนี้เกษตรกรเป็นเวลา 2 ปี อาจจะดูไม่สอดคล้องกับความรู้สึกที่ว่าสินค้าเกษตร มีราคาดีในปัจจุบัน ซึ่งเกษตรกรก็ควรจะมีรายได้และความเป็นอยู่ที่ดีตามไปด้วย แต่เมื่อพิจารณาลงในรายละเอียดจะพบว่ามาตรการนี้สามารถช่วยบรรเทาผลกระทบจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น ให้กับเกษตรกรรายย่อยที่มีภาระหนี้คงค้างไม่เกิน 100,000 บาทได้มากถึง 3.3 แสนรายทั่วประเทศ ขณะที่ภาครัฐใช้จ่ายเงินเพื่อชดเชยดอกเบี้ยเพียงประมาณ 1,350 ล้านบาทต่อปีเท่านั้น และส่วนที่เหลืออีกประมาณ 1,300 ล้านบาท จะใช้ไปเพื่อการฝึกอบรมวิชาชีพให้กับเกษตรกรในช่วงเวลา 2 ปี ซึ่งก็จะสอดคล้องกับการสนับสนุนเงินผ่านกองทุนหมู่บ้าน และโครงการเอสเอ็มแอลที่จะทยอยลงสู่หมู่บ้านในปี 2551 2552 และ 2553 จำนวน 10,000 ล้านบาท 20,000 ล้านบาท และ 10,000 ล้านบาท ตามลำดับ จึงคาดว่าจะช่วยให้ประชาชนในระดับรากหญ้ามีเงินทุนในการจับจ่ายใช้สอยได้คล่องตัวขึ้น และสามารถจะพึ่งตนเองได้มากขึ้นในระยะต่อไป กำลังซื้อในระดับรากหญ้าที่จะกระเตี้องขึ้น จึงเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนให้ภาคเศรษฐกิจของประเทศขยายตัวอย่างแข็งแกร่งตามไปด้วย เพราะเป็นกำลังซื้อของประชาชนกลุ่มใหญ่

    (โปรดติดตามเนื้อหาเต็มได้ในวารสารสรรพากรสาส์นประจำเดือน พฤษภาคม 2551)

    หน้า 1   


    จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต

     

    Copyright © 2006 สรรพากรสาส์น All rights reserved. Do not duplicate or redistribute in any form.
    สรรพากรสาส์น ชั้น 1 อาคารสวัสดิการ กรมสรรพากร เลขที่ 90 ถนนพหลโยธิน ซอย 7 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
    โทร 02-617-3239, 02-272-9558, 02-272-9559
    Design by: b plus j Co., Ltd.