หน้าแรก     แผนผังเว็บไซต์     ติดต่อเรา           

ลงทะเบียน
 
ชื่อผู้ใช้ (ชื่อหรือชื่อบริษัท)
รหัสผ่าน (เลขที่สมาชิกหนังสือ)
  • ลืมรหัสผ่านสมาชิก
  •  
       
    กรอก Email รับข่าวสาร
     
     

    ธันวาคม - 2560 
    อา
    พฤ
    26
    27
    28
    29
    30
    1
    2
    3
    4
    5
    6
    7
    8
    9
    10
    11
    12
    13
    14
    15
    16
    17
    18
    19
    20
    21
    22
    23
    24
    25
    26
    27
    28
    29
    30
    31
    1
    2
    3
    4
    5
    6
       >> รายการสัมมนาทั้งหมด
       >> สถานที่อบรม-สัมมนาทั้งหมด

    ค่าลดหย่อน
       
    อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรม...
       
    ซื้อกระเช้าปีใหม่
       
    เงินได้ตาม ม.40(2)
       
    กรณีบริษัทรับเงินสนับสนุน...
       
     

    สัมภาษณ์พิเศษท่านจิตรมณี สุวรรณพูล
       
    เบี้ยปรับและเงินเพิ่ม กรณีภาษีเงินได้นิติบุคคล
       
    การเสียภาษีมูลค่าเพิ่มของเงินจองหรือเงินดาวน์
       
     
     
     

    เล่าเรื่องหนัง ฟังเรื่องภาษี

    8_438 

         "...เจ้าฮะ..กาแฟมั้ยฮะ.." เสียงของเด็กหนุ่มซึ่งฟังยังไง้ยังไงก็เป็นเด็กสาว ตามมาด้วยเสียงคนแก้วกาแฟก๊องแก๊ง ชั่วอึดใจไม่ทันหายสงสัย เด็กหนุ่มคนนั้นก็ยกกาแฟมาเสิร์ฟให้ราชตระกูลหนุ่มหล่อหน้าเคร่งขรึมที่โต๊ะทำงาน... ฉากแล้วฉากเล่า.. เด็กหนุ่มที่ผู้ชมต่างรู้กันดีว่าเธอเป็นเด็กสาว (นางเอก) คอยตามเสิร์ฟกาแฟให้เจ้าฮะ (พระเอก) ด้วยความห่วงใยที่ซ่อนไว้ภายในลึกๆ แสดงออกได้ก็เพียงผ่านทางกาแฟที่บรรจงชงให้ชายหนุ่มอย่างสุดฝีมือ...     ใช่แล้วค่ะ...ผู้เขียนกำลังรื้อฟื้นความหลังท่านผู้อ่านด้วยละครดังหนังเด็ดหากย้อนไปเวอร์ชั่นแรกที่ประมาณ 40 ปี อัพ (โอ้โฮ...) อย่าเพิ่งตาลุกค่ะเพราะ ทัดดาว บุษยา ยุคนั้น ผู้เขียนก็ยังฟังความไม่รู้เรื่องนะ..จะบอกให้ แต่ที่กลับมา "เจ้าฮะ" กันทั่วบ้านทั่วเมืองอีกครั้ง ก็คือการกลับมาของทัดดาว บุษยาเมื่อประมาณ 10 ปี ที่แล้ว ซึ่งสวมบทบาทโดยคุณกบ สุวนันท์ คงยิ่ง ที่ปลอมเป็นเด็กหนุ่มและด้วยความที่อยู่ในช่วง ขาขึ้น ผู้ชมก็เอ็นดู กลายเป็นละครที่เรตติ้งสูงติดอันดับทั่วประเทศเพราะต้องคอยลุ้นแกมสนเท่ห์ใจต่อ "เจ้าฮะ" สุดหล่อ ที่รู้ความจริงทีหลังคนไทย (คนดูละคร) เกือบ 60 ล้านคนทั่วประเทศ เฮ้อ!

          ไม่ใช่เรื่องทัดดาว บุษยา นะคะที่จะเป็นหัวข้อสนทนาใน "เล่าเรื่องหนัง ฟังเรื่องภาษี" ฉบับนี้ แต่เป็นซีรีส์ดัง "Coffee Prince รักวุ่นวายของเจ้าชายกาแฟ" ที่บังเอิญมีพล็อตหลักคล้ายกันโดยไม่ (อยาก) รู้ว่าจงใจหรือเปล่า.. ตอนแรกก็ไม่ได้ตั้งใจจะอินเทร็นด์ (In Trend นะน้องๆ ไม่ใช่ in train) กระแส K Pop กะเค้าหรอกนะคะ แต่มีเหตุผลรองรับเพียบ เนื่องจาก ซีรีส์เรื่องนี้เพิ่งจบไปหมาดๆ เมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมานี้เอง ก็เลยมีเสียงเรียกร้องมา (ที่นับได้ก็ บก. กับคนเขียนแหละ) ท่านผู้อ่านของเราก็น่ารักมากๆ ค่ะนำเสนออะไรก็รับได้หมด ไม่บ่นซักคำ (ฮา) ที่สำคัญ ผู้เขียนพลอยปลื้มพระเอกหน้าทะเล้นคนนี้เข้าให้แล้วด้วย ... และแน่นอน ยังมีประเด็นทางภาษีอีกหลากหลาย (อะแฮ้ม..อะแฮ้ม ไม่ลืมค่ะ..ไม่ลืม) เห็นมั้ยคะ เหตุผลเยอะจริงๆ

        โก อึน ชัน (ยุน อึน เฮ) สาวน้อยบุคลิกทอมบอยเนื่องจากต้องแบกภาระเป็นหัวหน้าครอบครัวเพราะเสียพ่อไปตั้งแต่อายุ 16 ปี ต้องดูแลแม่ที่มีพ่อ (คือหมายถึงสามีของแม่นะค่ะ) เป็นหลักพึ่งพิงมาตลอดชีวิต จึงทำงานไม่เป็นชิ้นเป็นอัน กับน้องสาวที่มีความฝันอยากเป็นนักร้องซึ่งก็ต้องหาเงินเรียนร้องเพลงเสียก่อน ดังนั้น ตารางงานของเธอจึงเป็น..เช้าไปส่งนม สายๆ ส่งบะหมี่ ต่อด้วยเป็นครูสอน เทควันโดช่วงกลางวัน และปิดท้ายวันด้วยการรับจ้างเย็บลูกตาตุ๊กตาจนถึงเวลาเข้านอน แถมบางวันก็ยังต้องช่วยแม่แกะเปลือกเกาลัดอีกต่างหาก ชีวิตที่ผ่านไปแต่ละวันจึงต้องคิดถึงแต่ช่องทางหารายได้มาอุดรายจ่ายท่วมหัวในยุคน้ำมันลิตรละเกือบครึ่งร้อย (อ้าว..คนละประเทศค่ะขออภัย)

        เส้นทางที่อึนชันต้องมาเจอะเจอกับพระเอก เช ฮัน กอล (กง ยู) จริงจัง เกิดขึ้นระหว่างที่ชายหนุ่มมาส่ง ฮัน ยู จู ศิลปินสาว คนรักของญาติผู้พี่ เช ฮัน ซอง ที่เขาแอบหลงรักมา 9 ปี (อย่าเพิ่งงงค่ะ..ตอนท้ายในเรื่องเค้าเฉลย แต่เราไม่บอก) ระหว่างที่เขาเดินไปที่หน้าประตูคอนโด มีคนร้ายขี่มอเตอร์ไซค์มาฉกกระเป๋าของยูจูและชนเธอล้มลง อึนชันเร่งมอเตอร์ไซค์ตามจับขโมยได้ และพบว่าคือมินยัป เด็กหนุ่มที่ตามตื๊อน้องสาวของเธอ อึนชันอยากช่วยมินยัปไม่ให้ถูกตำรวจจับ จึงเตี๊ยมให้วิ่งหนีไป แต่กลายเป็นว่าฮันกอลเข้าใจว่าทั้งคู่เป็นแก็งค์หากินเพื่อเรียกเงินค่าเสียหาย อึนชันแค้นใจและด้วยศักดิ์ศรีจึงได้เพียงนามบัตรของฮันกอลกลับบ้าน

         เมื่อรายจ่ายรัดตัวแถมถูกเร่งรัดค่าเช่าบ้าน อึนชันชั่งน้ำหนักระหว่างเงินกับศักดิ์ศรี ในที่สุด...เงินสิคะเป็นฝ่ายชนะ เธอติดต่อกลับไปหาฮันกอลเพื่อขอค่าซ่อมรถ ตอนแรกเขาไม่ยอม แต่ด้วยเหตุปัจจัยแวดล้อมบีบบังคับให้ทั้งสองต้องจับมือกันทำงานชิ้นหนึ่ง นั่นคือ ฮันกอล – ทายาทหนุ่มธุรกิจกาแฟพันล้าน "ดองกิ้นฟู้ด" - กำลังถูกบังคับให้เลือกหญิงสาวเพื่อเข้าพิธีแต่งงานตามคำขาดของคุณย่า แผนการที่ตกลงกันก็คืออึนชัน ต้องทำให้หญิงสาวที่ฮันกอลนัดมาดูตัว เข้าใจผิดว่าเขารักเพศเดียวกันเนื่องจากฮันกอลเข้าใจว่าอึนชันเป็นผู้ชาย งานสำเร็จตามเป้าหมาย อึนชันได้เงินก้อนโต แม้จะยังต้องชดใช้ให้ฮันกอลส่วนหนึ่ง แต่ที่ได้มากกว่านั้นคือมิตรภาพที่ดีขึ้นของทั้งสองคน     เหตุที่ฮันกอลถูกคุณย่าบังคับให้แต่งงานเพราะตั้งแต่กลับมาจากนิวยอร์ค เขาไม่ทำงานเป็นหลักเป็นแหล่งเป็นชิ้นเป็นอัน เฝ้ารอคำตอบรับเพื่อให้ได้เป็นนักออกแบบเลโก้ที่นิวยอร์ค ในช่วงระหว่างเวลา 3 เดือนที่รอ คุณย่าจึงตัดสินใจยึดร้านกาแฟเก่าๆ ร้านหนึ่ง ซึ่งท่านเป็นผู้ลงทุนให้

    ผู้จัดการฮง - คนเก่าแก่ของคุณย่า - และ ท้าทายให้ฮันกอลได้แสดงฝีมือทำยอดขายให้ได้เพิ่มขึ้น 300% ภายใน 3 เดือน จึงจะยอมให้เขากลับนิวยอร์ค โปรเจ็คท์ "คอฟฟี่ พริ้นซ" จึงเกิดขึ้นโดยที่เขาไม่อาจรู้เลยว่า นั่นคือช่วงเวลาที่ทำให้เขา - ยุ่งยากที่สุด - อารมณ์ร้ายที่สุด - สับสนที่สุด แต่สุดท้ายของที่สุด ก็คือ - ความสุขที่สุด ที่ได้ค้นพบตัวเองว่าเขาสามารถรักใครคนหนึ่งได้ไม่ว่าจะเป็นเพศใด ขอเพียงแค่เขาและคนที่รักได้มีความสุขร่วมกัน

         ด้วยคอนเซปท์ของคอฟฟี่ พริ้นซ ทำให้ทั้งร้านต้องมีแต่ผู้ชาย จึงเกิด "ทัดดาว บุษยา" ภาคเกาหลีด้วยประการฉะนี้ เพราะอึนชันกลัว ไม่ได้งานนี้ เนื่องจากโรงเรียนสอนเทควันโดต้องปิดตัวลง เธอจึงขอร้องผู้จัดการฮงซึ่งเธอคุ้นเคยดีให้ปิดบังความจริง ช่วงระหว่างดำเนินการเปิดร้าน เธอได้มีโอกาสร่วมหาพนักงานประจำร้านซึ่งประกอบด้วย ฮาริม - หนุ่มรุ่นน้องของฮันกอลผู้ออกแบบตกแต่งร้าน ซอนกี - หนุ่มเมโทรลูกครึ่งเกาหลีญี่ปุ่น (คนนี้น่ากรี๊ดกว่าพระเอกอีกค่ะ) ผู้มีฝีมือทำวอฟเฟิลเป็นไซต์เมนูยอดนิยมของร้าน และ มินยัป หนุ่มจอมทึ่มที่ยอมมาทำงานที่ร้านเพื่อหาเงินเรียนต่อ และเป็นอีกคนหนึ่งที่รู้ความจริงว่าเธอไม่ใช่ผู้ชาย แถมยังเป็นพี่สาวของ "นางฟ้า" ของเขาอีกต่างหาก     ในช่วงแรกยอดขายไม่ดีนัก ทั้งยังเกิดความผิดพลาดมากมายหลายครั้ง แต่ด้วยความสุขุมของผู้จัดการฮงและด้วยไหวพริบทางธุรกิจของฮันกอล จึงทำให้ปัญหาค่อยๆ คลี่คลายไป พร้อมๆ กับที่พวกเขาทั้งหมดได้ใช้เวลาร่วมกันมากขึ้นนอกเหนือจากหน้าที่งานในร้านกาแฟ ช่วงเวลาที่ได้ถ่ายทอดความมีน้ำใจและห่วงใย
    กันและกัน ทำให้ฮันกอลและอึนชันผูกพันกันมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว เมื่อถึงจุดที่อึนชันรู้ว่ากำลังก้าวเข้าเล่นกับไฟ เธอตัดสินใจออกห่างจากเขา เพราะหากบอกความจริง นอกจากจะไม่ได้ทำงานที่ร้านแล้ว เขาอาจปฏิเสธความรักของเธอก็ได้ ด้วยเพราะฐานะที่ต่างกันอย่างมาก สู้แอบไว้ในใจคนเดียวดีกว่า

    (ซี้ดส...) แต่นั่นยิ่งทำให้ฮันกอลข้องใจ จนกระทั่งเธอบอกความในใจว่าเธอชอบเขาแต่ไม่บอกว่าเธอเป็นผู้หญิง ความสับสนในใจจึงเกิดขึ้นกับฮันกอลจนต้องไปพบจิตแพทย์ พร้อมกับหลบหน้าอึนชันเพราะไม่ต้องการยอมรับความจริง ในที่สุด - เขาจึงตกลงใจได้ว่า ไม่เห็นเป็นไร รักผู้ชายก็ได้ (วะ) ถ้านั่นจะทำให้หัวใจของเขาเต็มตื้น

         แต่จบแบบนั้น จะแฮปปี้เอ็นดิ้งได้ยังไง จริงมั้ยคะ? ทันทีที่เขาตัดสินใจบอกรัก ตกลงใจรักเพศเดียวกันแล้วเชียว จึงได้รู้ความจริงจาก ฮาริม... ว่าเธอคือผู้หญิงนะ ... ไม่ใช่ผู้ชาย!!!! อารมณ์ขณะนั้นก็คือ เหมือนเขาถูกตบหน้า อย่างแรง ในช่วงที่ภาวะจิตสับสนว่าเขาควรจะเลือกความสุขของตัวเองหรือเลือกแคร์สังคม เป็นช่วงที่ว้าวุ่นใจและลำบากใจที่สุดของชีวิต แต่แล้วความจริงที่กลับตาลปัตร ทำให้ปัญหาที่หนักอึ้งของเขา...ดูน่าหัวเราะเยาะ..(ความจริงน่าจะเพราะเสียฟอร์มที่ดูไม่ออกมากกว่า แถมทุกคนรอบข้างยังรู้ความจริงกันเกือบหมด) ฮันกอลจึงไล่อึนชันออกจากร้านและไม่ให้กลับมาทำงานอีก     อึนชัน ยังคงฝังใจกับความรักที่มีต่อฮันกอล และทุกข์ใจที่เขามองไม่เห็นความจริงใจของเธอ ในขณะที่ฮันกอลก็ตัดใจไม่ได้ ค่ำคืนที่เขาขับรถมาเฝ้ามองที่หน้าบ้านเธอ เช่นเดียวกับที่เธอไปนั่งรอที่หน้าคอนโดของเขาพร้อมจักรยานคู่ใจ เมื่อไม่เห็นวี่แวว เธอจูงจักรยานกลับบ้านโดยไม่รู้ตัวว่าถุงเกาลัดที่มัดไว้ท้ายจักรยานรั่ว (เหมือนนิทานเรื่อง ฮันเทล แอนด์ เกรเทล) เกาลัดตกเป็นทางจากบ้านฮันกอลไปถึงกลางทางอึนชัน จึงรู้สึกตัว และค่อยๆ ไล่เก็บย้อนกลับไปบ้านพระเอก ฮันกอลกลับถึงบ้านเห็นเม็ดเกาลัดตกเรียงเป็นทาง เขานึกได้ทันทีว่าต้องเป็นอึนชัน เมื่อทั้งคู่ค่อยๆ ไล่เก็บเกาลัดจนมาเจอกัน.

    .ไม่ต้องเล่าต่อนะคะ ผู้เขียนแสบตา ตาร้อนค่ะ..

         ความรักของทั้งสองไม่ได้ราบรื่น (เหมือนนิทานเรื่อง ซินเดอเรลล่า) อึนชันต้องพิสูจน์ ตัวเองกับคุณย่าและครอบครัวของฮันกอลด้วย การไปเรียนต่อเป็นบาริสต้ามืออาชีพที่มิลานด้วยทุนของคุณย่า ซึ่งแน่นอน..ต้องกลับมาทำงานใช้ทุนด้วยค่ะ แต่คราวนี้เป็นความเต็มใจอย่างยิ่งเพราะเท่ากับได้พิสูจน์ตัวเองให้ครอบครัวของฮันกอลยอมรับเธอด้วยความเต็มใจ เธอได้รับรางวัลชนะเลิศ (แน่นอนอยู่แล้ว) ในระดับนานาชาติ และกลับมาเพื่อโปรโมทร้าน "คอฟฟี่ ปริ๊นเซส" ที่ฮันกอลเตรียมปูทางไว้ให้ล่วงหน้า ตัวเขาเองตัดสินใจไม่กลับไปเป็นนักออกแบบเลโก้แล้วเพราะสนุกกับการทำงานที่ร้านคอฟฟี่ปริ๊นซมากกว่า ทั้งยังทำการตลาดให้บริษัทของครอบครัวพร้อมกับขยายสาขาคอฟฟี่ปริ๊นซได้อย่างรวดเร็วตามสูตรสำเร็จเงินต่อเงิน โดยมีเธอจิบกาแฟอยู่เคียงข้างในวันที่ความสำเร็จเป็นของพวกเขาร่วมกัน

    (โปรดติดตามเนื้อหาเต็มได้ในวารสารสรรพากรสาส์นประจำเดือน กรกฎาคม 2551)

    หน้า 1   


    จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต

     

    Copyright © 2006 สรรพากรสาส์น All rights reserved. Do not duplicate or redistribute in any form.
    สรรพากรสาส์น ชั้น 1 อาคารสวัสดิการ กรมสรรพากร เลขที่ 90 ถนนพหลโยธิน ซอย 7 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
    โทร 02-617-3239, 02-272-9558, 02-272-9559
    Design by: b plus j Co., Ltd.