หน้าแรก     แผนผังเว็บไซต์     ติดต่อเรา           

ลงทะเบียน
 
ชื่อผู้ใช้ (ชื่อหรือชื่อบริษัท)
รหัสผ่าน (เลขที่สมาชิกหนังสือ)
  • ลืมรหัสผ่านสมาชิก
  •  
       
    กรอก Email รับข่าวสาร
     
     

    สิงหาคม - 2561 
    อา
    พฤ
    29
    30
    31
    1
    2
    3
    4
    5
    6
    7
    8
    9
    10
    11
    12
    13
    14
    15
    18
    19
    22
    25
    26
    27
    29
    30
    31
    1
    2
    3
    4
    5
    6
    7
    8
       >> รายการสัมมนาทั้งหมด
       >> สถานที่อบรม-สัมมนาทั้งหมด

    ค่าลดหย่...
       
    อัตราภาษ...
       
    ซื้อกระเ...
       
    เงินได้ต...
       
    กรณีบริษ...
       
     

    สัมภาษณ์พิเศษท่านจิตรมณี สุวรรณพูล
       
    เบี้ยปรับและเงินเพิ่ม กรณีภาษีเงินได้นิติบุคคล
       
    การเสียภาษีมูลค่าเพิ่มของเงินจองหรือเงินดาวน์
       
     
     
     

    เล่าเรื่องหนัง ฟังเรื่องภาษี

    4_466 

    สวัสดีค่ะ จั่วหัวชื่อหนังเรื่องนี้แล้ว อย่าเพิ่งตั้งคำถามว่าไม่ใช่ชื่อเมืองตามคอนเซปท์ที่เคยบอกไว้หรือ? เรื่องของเรื่องก็ต้องมีสาเหตุกันนิดหน่อยค่ะ

    รู้ๆ กันอยู่ว่าเดือนเมษายนน่ะ มีวันหยุดมากแค่ไหน แถมเป็นวันหยุดยาว..ว..วประจำปีอีกต่างหาก นึกถึงวันหยุด หนังเรื่องนี้ก็ผุดขึ้นมาในความคิดทันที ปกติวันหยุดพักผ่อนยาวๆ แบบนี้เรามักจะนึกถึงคำว่า Vacation แต่หนังเรื่องนี้ใช้ Holiday ซะเฉยเลย แถมจงใจเขียนอักษรตัวใหญ่ติดกับคำว่า the ตัวเล็ก ซึ่งก็คงอยากจะสื่อว่านี่ต้องเป็นวันหยุดที่ไม่ธรรมดาแน่ๆ

    ไอริส ซิมป์กิ้นส์ (เคต วินเสลต) คอลัมนิสต์ประจำหนังสือพิมพ์ Daily Telegraph แห่ง กรุงลอนดอน1 เจ้าของคอลัมน์ยอดฮิตที่นำเสนอเรื่องของความรักและการแต่งงาน หญิงสาว ผู้ซึ่งหลงรักชายหนุ่มเพื่อนร่วมงานที่เธอ ก็รู้ดีว่าเขาคงจะไม่มีวันรักเธอ แม้ว่าเขาจะแสดงท่าทีมีไมตรีตอบอยู่บ้าง แต่เธอก็มีความหวัง..ง..ง มาตลอด 3 ปีที่รู้จักกัน ในงานเลี้ยงฉลองคริสต์มาสของสำนักงาน ชายหนุ่มคนนั้นประกาศหมั้นและ จะแต่งงาน.. แต่กับหญิงสาวคนอื่น ไม่ใช่เธอ ไอริสอึ้งแต่ก็แสดงความยินดีทั้งน้ำตา และหันหลังกลับบ้านไปอย่างเงียบๆ ในขณะที่อีกซีกโลกหนึ่ง ที่คฤหาสน์ หรูหราใน นครลอส แองเจลิส (L.A.)2 อแมนด้า วู้ดส์ (คาเมรอน ดิอาซ) ครีเอทีฟมือหนึ่งและเจ้าของบริษัทตัดต่อหนังตัวอย่างผู้ประสพความสำเร็จ กำลังมีปากเสียงกับคนรักอย่างรุนแรงเมื่อเธอ จับได้ว่าเขานอกใจ เป็นอารมณ์ประมาณหัวเสีย หงุดหงิด และ - - ไม่มีน้ำตาสักหยด (เงียบๆ เหมือนกัน) ไม่ว่าเธอจะเค้น ร้องขอไปจนถึงพยายาม หรือแม้จะบิลท์อารมณ์แค่ไหน คำตอบที่มีให้ตัวเองก็คือ เธอจะต้องไปที่ไหนสักแห่งซึ่ง "ไกลสุดๆ" (แต่มีเงื่อนไขต้องเป็นที่ๆ ใช้ภาษาอังกฤษด้วยแน่ะ) อแมนด้า search หาที่พักเพื่อหลบลี้หนีหน้าไปจากบรรยากาศเดิมๆ สัก 2-3 สัปดาห์ ทันใดนั้น เธอก็ได้ค้นพบ...บ้านแบบเทพนิยาย ตั้งอยู่ในแถบ Surrey ชานกรุงลอนดอน (เอ..คุ้นๆ ว่าคฤหาสน์ของใครคนหนึ่ง ก็เคยอยู่แถวนี้หรือเปล่านะ) "นอนอุ่นสบายหน้าเตาผิงแบบโบราณ..." แค่คิดก็กรี๊ดสลบ อแมนด้า ตกลงใจติดต่อเจ้าของบ้านทันที

    มันคือบ้านของไอริสผู้กำลังคร่ำครวญ กับเรื่องช็อคๆ ที่ผ่านมานั่นเอง เงื่อนไขของ ไอริสคือการ "แลกเปลี่ยน" ที่อยู่ในช่วง 2 อาทิตย์ก่อนปีใหม่ อแมนด้างงๆ กับเงื่อนไขแต่ ก็รีบตกลงพร้อมคำถามช็อตเด็ด "ที่เมืองนั้น มีผู้ชายหรือเปล่า?" (ท่าทางจะเข็ดจริงๆ ค่ะ) และเมื่อคำตอบเป็น "Zero" ดีลนี้ก็ตกลงเพียงแค่ชั่วข้ามคืน

    ไอริสมุ่งหน้าไป L.A. ในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส อากาศปลอดโปร่ง...นี่แหละ L.A.!!! เมื่อ มาถึงบ้านของอแมนด้า เธอยิ่งตื่นตาตื่นใจจน อดกระโดดโลดเต้นไม่ได้ ก็คฤหาสน์น่ะนะคะ ขอนี๊ดดนึง เป็นเราก็คงวิ่งรอบบ้านแปดตลบ

    สำหรับอแมนด้าเธอสลบไสลอยู่หลังรถแท็กซี่ และถูกปลุกให้ตื่นเมื่อรถไม่สามารถเข้าไปส่งถึงตัวบ้านได้เนื่องจากติดกองทัพหิมะ เธอ ต้องเดินต่อเข้าไปเอง สาวสวยไฮโซถูลู่ถูกัง ลากกระเป๋าเดินทางใบยักษ์บนรองเท้าส้นเข็มไปจนถึงแบบเกือบไม่รอด แต่ในที่สุด..กระท่อมเทพนิยายก็ปรากฏตรงหน้า

    ไอริสยังไม่ทันหายตื่นเต้น เสียงโทรศัพท์รีโมทประตูหน้าบ้านดังขึ้น
    ไมล์ (แจ็ค แบล็ค) นักประพันธ์ดนตรีประกอบภาพยนตร์ เพื่อนร่วมงานของอแมนด้าเข้ามาขอเครื่องคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปเพื่อไปใช้งาน ทั้งสองจึงได้มีโอกาสรู้จักกันแม้เพียงช่วงสั้นๆ ขณะที่ยังพูดคุยกันอยู่นั้น มีชายชราคนหนึ่งพร้อมวอล์คเกอร์ช่วยเดินและหญิงสาวผู้ดูแลเดินผ่านหน้าบ้านไปอย่างช้าๆ ซึ่งไอริสคิดว่าน่าจะเป็นเพื่อนบ้านคนหนึ่งในละแวกนั้นคืนแรกของอแมนด้ายังไม่ทันผ่านพ้น คำถามที่ว่าเมืองนี้มีผู้ชายหรือไม่ก็ได้คำตอบ เมื่อมีเสียงเรียกที่ประตูโครมครามกลางดึกราวกับคนคุ้นเคยบ้านน้อยหลังนี้ และเธอก็ได้พบกับ แกรห์ม (จู๊ด ลอว์) พี่ชายรูปหล่อของไอริสซึ่งมักจะแวะมาพักค้างคืนเวลาไม่อยากเมาแล้วขับ (ดีมาก..ก..ก) เมื่อพบว่าหญิงสาวสวยที่มาเปิดประตูให้ไม่ใช่น้องสาวของเขา คงเดาเรื่องที่เกิดขึ้นต่อไปได้เองนะคะ (ก็เป็นพระเอกกะนางเอกนี่นา!!)

    เมื่อพบหน้ากันอีกครั้งในเช้าวันรุ่งขึ้น ต่างฝ่ายต่างก็ออกตัวเรื่องความสัมพันธ์ ชั่ว(ครั้ง) คืนเดียวนั้นว่า มันก็คงเป็นไปได้แค่นั้น เพราะอแมนด้าตกลงใจบินกลับ L.A. ในบ่าย วันนั้น แต่ที่ลึกซึ้งยิ่งกว่า เธอยังไม่พร้อมจะมีเงื่อนไขผูกมัดกับใคร (อีก) ส่วนแกรห์มก็ทำตัวเหมือนเป็นเพลย์บอยควงสาวไม่ซ้ำหน้าอยู่แล้ว ก่อนจากกัน แกรห์มพูดเปิดทางให้รู้ว่าเขามีรายการอาหารค่ำที่ผับใกล้ๆ และชวนให้เธอ ร่วมสนุกด้วย อแมนด้าเปลี่ยนใจไม่กลับ L.A. ในนาทีสุดท้ายเพื่อไปร่วมอาหารค่ำกับเขา (จนได้!)

    ไอริสได้รู้จักชายชราเพื่อนบ้านมากขึ้น จนได้รู้ว่า แท้จริงแล้วเขาคือ
    อาเธอร์ แอ็บบ็อท (อีไล วอลแลช) นักเขียนบทภาพยนตร์มือรางวัลของฮอลลีวูดในวัย 90 ผู้ดูเหมือนจะถูกวงการทอดทิ้ง แต่จริงๆ แล้วอาจเป็นเขาที่ทอดทิ้งวงการ เมื่อโยนหนังสือเชิญจากสมาคมนักเขียนบทภาพยนตร์ให้เข้าร่วมงานซึ่งจะจัดขึ้นเพื่อเป็นเกียรติให้ตัวเขาเองทิ้งถึง 3 ครั้ง ด้วยเหตุผลของสภาพร่างกายที่เขาคิดว่าแก่โทรม และ "ใครจะอยากไปงานเลี้ยงเป็นเกียรติตัวเอง ที่มีคนร่วมงานเพียงแค่โหลหนึ่งกันล่ะ?" กลับเป็นไอริสที่ให้กำลังใจและปลุกเร้าเขาให้มีชีวิตชีวา ขึ้นมาอีกครั้ง ด้วยอาหารมื้อค่ำกับเพื่อนเก่าของเขาและไมล์ เพื่อนใหม่ของเธอ การออกกำลังกายในน้ำ ฝึกกายภาพบำบัด และเดินโดยไม่ใช้วอล์กเกอร์ พร้อมคำสัญญาจะเป็น "คู่ควง" ให้เขาในงานวันนั้น ตรงนี้ผู้เขียนอยากจะเข้าใจว่านี่คือความแตกต่างและน้ำใจระหว่างคนในเมืองเล็กๆ เช่น Surrey (cosy English cottage) และคนในมหานคร เช่น L.A. (swanky Hollywood estate) ซึ่งไม่ค่อยใส่ใจใคร แม้จะเห็นกันบ่อยๆ หรือเป็นเพื่อนบ้านกันก็ตาม ในระหว่างนั้น ความสัมพันธ์ของเธอกับไมล์ก็ดำเนินไปในระดับความเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน จนกระทั่งเธอได้เข้าไปอยู่ในสถานการณ์ที่ไมล์และเธอไม่ต่างกัน เมื่อดาราสาวสวยที่ไมล์คบหาอยู่ เดินแนบแอบอิงกับชายอื่นแบบเห็นๆ "ยังมีคนสปีชี่ส์เดียวกับเราอยู่นี่นา" ทั้งสอง เปิดใจให้กันมากขึ้นและมากขึ้น และไอริสก็ได้ซึมซับความเป็นคนดีของเขามากขึ้นเช่นกัน ที่น่าประทับใจ (ผู้เขียน) ที่สุด คือคำพูดที่ว่า หาก ไอริสเป็นดนตรี เขาจะเลือกใช้แต่ตัวโน้ตที่ดีๆ... ทั้งสองเรื่องนี้ทำให้ไอริสได้รับรู้ความหมายและคุณค่าของตัวเองขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งในชีวิตของเธอ เธอไม่ได้เป็นแค่เพื่อนนางเอก แต่ตัวเธอเองนั่นแหละที่เป็นนางเอกอย่างที่อาเธอร์บอกจริงๆ

    วันรุ่งขึ้นหลังจากค่ำคืนอันสนุก (เมา) สุดเหวี่ยง แม้จะยังสับสนในความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้น อแมนด้าและแกรห์มก็ตกลงใจใช้เวลาเพื่อเรียนรู้กันให้มากขึ้น และเป็นอแมนด้าที่ทำเซอร์ไพรส์ด้วยการไปพบเขาที่บ้านโดยไม่บอกล่วงหน้า จึงได้รู้ความจริงว่าเขาคือพ่อหม้ายลูกสอง นั่นคือเหตุผลที่ดูเหมือนเขาหวงที่จะมีความสัมพันธ์ กับใคร โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับใครซึ่งจะต้องเดินทางกลับบ้านในอีกไม่ถึงสองอาทิตย์ข้างหน้า แม้ว่าอแมนด้าและลูกสาวทั้งสองของเขาจะเข้ากันได้ดี แต่เขาจะให้คำตอบกับลูกอย่างไรหากจะไม่ได้เจอกับเธออีก รวมถึงปัญหาที่ว่าทั้งคู่จะจัดการกับชีวิตส่วนตัวและหน้าที่การงานซึ่งอยู่กันคนละซีกโลกได้อย่างไร

    (ติดตามเนื้อหาเต็มได้ในวารสารสรรพากรสาส์นประจำเดือนเมษายน 2552)

    หน้า 1   


    จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต

     

    Copyright © 2006 สรรพากรสาส์น All rights reserved. Do not duplicate or redistribute in any form.
    สรรพากรสาส์น ชั้น 1 อาคารสวัสดิการ กรมสรรพากร เลขที่ 90 ถนนพหลโยธิน ซอย 7 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
    โทร 02-617-3239, 02-272-9558, 02-272-9559
    Design by: b plus j Co., Ltd.