หน้าแรก     แผนผังเว็บไซต์     ติดต่อเรา           

ลงทะเบียน
 
ชื่อผู้ใช้ (ชื่อหรือชื่อบริษัท)
รหัสผ่าน (เลขที่สมาชิกหนังสือ)
  • ลืมรหัสผ่านสมาชิก
  •  
       
    กรอก Email รับข่าวสาร
     
     

    ธันวาคม - 2561 
    อา
    พฤ
    25
    26
    27
    28
    29
    30
    1
    2
    3
    4
    5
    6
    7
    8
    9
    10
    11
    12
    13
    14
    15
    16
    17
    18
    19
    20
    21
    22
    23
    24
    25
    26
    27
    28
    29
    30
    31
    1
    2
    3
    4
    5
       >> รายการสัมมนาทั้งหมด
       >> สถานที่อบรม-สัมมนาทั้งหมด

    ค่าลดหย่...
       
    อัตราภาษ...
       
    ซื้อกระเ...
       
    เงินได้ต...
       
    กรณีบริษ...
       
     

    สัมภาษณ์พิเศษท่านจิตรมณี สุวรรณพูล
       
    เบี้ยปรับและเงินเพิ่ม กรณีภาษีเงินได้นิติบุคคล
       
    การเสียภาษีมูลค่าเพิ่มของเงินจองหรือเงินดาวน์
       
     
     
     

    ได้รับสิทธิเก็บกินต้องรับภาระภาษีด้วยหรือไม่?
    สิทธิเก็บกิน
    กัมปนาท บุญรอด*
             
               สิทธิเก็บกิน[1] (usufruct) เป็นทรัพยสิทธิประเภทหนึ่งโดยเป็นสิทธิที่บุคคลสามารถครอบครอง ใช้
    และถือเอาซึ่งประโยชน์จากอสังหาริมทรัพย์ของบุคคลอื่น เป็นต้นว่า เจ้าของที่นามีสิทธิใช้ที่นาโดยประการต่าง ๆ ผู้ทรงสิทธิเก็บกินในที่นานั้นก็ใช้ที่นาทำนาได้ หรือจะนำที่นานั้นออกให้เช่าเพื่อเก็บค่าเช่าก็ได้เสมอกับเป็นเจ้าของเองทีเดียว เพียงแต่กรรมสิทธิ์ในที่นาดังกล่าวยังอยู่ที่เจ้าของ บุคคลผู้มีสิทธิเช่นนี้เรียก "ผู้ทรงสิทธิเก็บกิน” (usufructuary) และสิทธิเก็บกินจะมีได้ก็แต่ในอสังหาริมทรัพย์เท่านั้นไม่มีในสังหาริมทรัพย์ เรื่องสิทธิเก็บกินนี้เกิดขึ้นบ่อยในชีวิตประจำวันและมีประโยชน์มากในกรณีที่พ่อแม่ต้องการจะโอนที่ดินให้แก่ลูกในระหว่างที่พ่อแม่ยังมีชีวิต[2] แต่เกรงว่าถ้ายกให้เฉยๆ เวลามีการประพฤติเนรคุณกันขึ้น โดยเฉพาะการไม่เลี้ยงดูพ่อแม่อีกต่อไป อาจต้องยุ่งยากในการฟ้องร้องเพิกถอนการให้ จึงใช้วิธีการตกลงโอนทรัพย์สินเป็นชื่อลูกและจดทะเบียนก่อให้เกิดสิทธิเก็บกินแก่พ่อแม่ผู้โอน เช่นนี้ พ่อแม่ย่อมมีสิทธิครอบครอง ใช้ และถือเอาประโยชน์ในที่ดินนั้นได้ต่อไป[3] ดังที่กล่าวไว้ข้างต้น หากผู้ทรงสิทธิเก็บกินมีรายได้เกิดขึ้นจากการใช้สิทธิดังกล่าว อาจมีภาระภาษีตามมาโดยจะมีรายละเอียดอย่างไรบ้าง ผู้เขียนมีกรอบการนำเสนอดังนี้


    * นิติกร กองกฎหมาย กรมสรรพากร
    [1] https://th.wikipedia.org/wiki/
    [2] ตัวอย่าง กรณีบิดามารดา ได้จดทะเบียนสิทธิเก็บกินในบ้านที่ให้เช่าให้แก่บุตรซึ่งเป็นผู้เยาว์ เงินค่าเช่าที่บุตรผู้เยาว์ได้รับ เข้าลักษณะเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (5) แห่งประมวลรัษฎากร หากมีเงินได้พึงประเมินในระหว่างปีภาษีที่ล่วงมาแล้วเกิน 30,000 บาท (ปัจจุบันตามกฎหมายที่แก้ไขใหม่ คือ 60000 บาท) บุตรผู้เยาว์มีหน้าที่ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามมาตรา 56 แห่งประมวลรัษฎากร โดยผู้แทนโดยชอบธรรมมีหน้าที่ต้องยื่นแบบแสดงรายการและชำระภาษีในนามของบุตรผู้เยาว์ ซึ่งเป็นผู้มีเงินได้ตามมาตรา 57 แห่งประมวลรัษฎากร (หนังสือที่ กค 0706/4501 ลงวันที่ 24 พฤษภาคม 2549)
    [3] มานิตย์ จุมปา คำอธิบายประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยทรัพย์สิน พิมพ์ครั้งที่ 8 ฉบับปรับปรุงแก้ไข สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หน้า 451

    หน้า 1   


    จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต

     

    Copyright © 2006 สรรพากรสาส์น All rights reserved. Do not duplicate or redistribute in any form.
    สรรพากรสาส์น ชั้น 1 อาคารสวัสดิการ กรมสรรพากร เลขที่ 90 ถนนพหลโยธิน ซอย 7 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
    โทร 02-617-3239, 02-272-9558, 02-272-9559
    Design by: b plus j Co., Ltd.