หน้าแรก     แผนผังเว็บไซต์     ติดต่อเรา           

ลงทะเบียน
 
ชื่อผู้ใช้ (ชื่อหรือชื่อบริษัท)
รหัสผ่าน (เลขที่สมาชิกหนังสือ)
  • ลืมรหัสผ่านสมาชิก
  •  
       
    กรอก Email รับข่าวสาร
     
     

    มกราคม - 2562 
    อา
    พฤ
    30
    31
    1
    2
    3
    4
    5
    6
    7
    8
    9
    10
    11
    12
    13
    14
    15
    16
    17
    18
    19
    20
    21
    22
    23
    24
    25
    26
    27
    28
    29
    30
    31
    1
    2
    3
    4
    5
    6
    7
    8
    9
       >> รายการสัมมนาทั้งหมด
       >> สถานที่อบรม-สัมมนาทั้งหมด

    ค่าลดหย่...
       
    อัตราภาษ...
       
    ซื้อกระเ...
       
    เงินได้ต...
       
    กรณีบริษ...
       
     

    สัมภาษณ์พิเศษท่านจิตรมณี สุวรรณพูล
       
    เบี้ยปรับและเงินเพิ่ม กรณีภาษีเงินได้นิติบุคคล
       
    การเสียภาษีมูลค่าเพิ่มของเงินจองหรือเงินดาวน์
       
     
     
     

    รู้แหล่งเงินได้ เสียภาษีไม่ซ้ำซ้อน
    รู้แหล่งเงินได้ เสียภาษีไม่ซ้ำซ้อน
    กัมปนาท บุญรอด*
     
               โดยทั่วไปรัฐต่างๆ ทั่วโลกจะอ้างหลักเกณฑ์สำคัญในการบังคับจัดเก็บภาษีจากผู้มีเงินได้โดยอาศัยความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับแหล่งของเงินได้และความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับตัวบุคคลผู้มีเงินได้ ซึ่งในทางทฤษฎีอาจจำแนกเป็นหลักเกณฑ์สำคัญๆ ได้ 3 หลัก คือ[1] หลักแหล่งเงินได้ (Source rule) หลักถิ่นที่อยู่ (Resident rule) และหลักสัญชาติหรือความเป็นพลเมือง (Citizenship rule) ประเทศส่วนใหญ่จะใช้หลักแหล่งเงินได้และหลักถิ่นที่อยู่ ในการจัดเก็บทั้งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีเงินได้นิติบุคคล รวมทั้งประเทศไทย (ภาษีมูลค่าเพิ่มใช้หลักอาณาเขตในการจัดเก็บ)[2] จากหลักดังกล่าวมีรายละเอียดดังนี้
    1. สาระสำคัญตามประมวลรัษฎากร
               การจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาต้องพิจารณาถึงแหล่งเงินได้ว่า เกิดจากที่ใด แหล่งเงินได้ที่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ศึกษาได้จากประมวลรัษฎากร มาตรา 41 ซึ่งบัญญัติว่า
               “ผู้มีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 ในปีภาษีที่ล่วงมาแล้วเนื่องจากหน้าที่งานหรือกิจการที่ทำในประเทศไทย หรือเนื่องจากกิจการของนายจ้างในประเทศไทย หรือเนื่องจากทรัพย์สินที่อยู่ในประเทศไทย ต้องเสียภาษีตามบทบัญญัติในส่วนนี้ ไม่ว่าเงินได้นั้นจะจ่ายในหรือนอกประเทศ
               ผู้อยู่ในประเทศไทยมีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 ในปีภาษีที่ล่วงมาแล้วเนื่องจากหน้าที่งานหรือกิจการที่ทำในต่างประเทศ หรือเนื่องจากทรัพย์สินที่อยู่ในต่างประเทศ ต้องเสียภาษีเงินได้ตามบทบัญญัติในส่วนนี้ เมื่อนำเงินได้พึงประเมินนั้นเข้ามาในประเทศไทย
               ผู้ใดอยู่ในประเทศไทยชั่วระยะเวลาหนึ่งหรือหลายระยะ รวมเวลาทั้งหมดถึงหนึ่งร้อยแปดสิบวันในปีภาษีปีใด ให้ถือว่าผู้นั้นเป็นผู้อยู่ในประเทศไทย”
            เมื่อพิจารณาจากบทบัญญัติดังกล่าวจะเห็นได้ว่า แหล่งที่มาของเงินได้ซึ่งแบ่งได้เป็น แหล่งเงินได้ในประเทศ[3] และแหล่งเงินได้นอกประเทศ[4] เงินได้จากแหล่งต่างๆ เหล่านี้ จะต้องนำไปรวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหรือไม่ พิจารณาได้ตามหลักเกณฑ์ คือ


    * นิติกร กองกฎหมาย กรมสรรพากร
    [1] ธนภณ (เพริศพิบูลย์) แก้วสถิต คำอธิบายภาษีเงินได้ระหว่างประเทศและหลักการทั่วไปของอนุสัญญาภาษีซ้อน พิมพ์ครั้งที่ 3 หน้า 3
    [2] การขายสินค้าหรือการให้บริการที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มนั้น ต้องเป็นการขายสินค้าหรือการให้บริการในราชอาณาจักรไทยตามมาตรา 77/2 แห่งประมวลรัษฎากร
    [3] ประมวลรัษฎากรมาตรา 41 วรรคหนึ่ง
    [4] ประมวลรัษฎากรมาตรา 41 วรรคสอง และวรรคสาม

    หน้า 1   


    จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต

     

    Copyright © 2006 สรรพากรสาส์น All rights reserved. Do not duplicate or redistribute in any form.
    สรรพากรสาส์น ชั้น 1 อาคารสวัสดิการ กรมสรรพากร เลขที่ 90 ถนนพหลโยธิน ซอย 7 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
    โทร 02-617-3239, 02-272-9558, 02-272-9559
    Design by: b plus j Co., Ltd.