หน้าแรก     แผนผังเว็บไซต์     ติดต่อเรา           

ลงทะเบียน
 
ชื่อผู้ใช้ (ชื่อหรือชื่อบริษัท)
รหัสผ่าน (เลขที่สมาชิกหนังสือ)
  • ลืมรหัสผ่านสมาชิก
  •  
       
    กรอก Email รับข่าวสาร
     
     

    กรกฎาคม - 2561 
    อา
    พฤ
    1
    2
    3
    4
    5
    6
    7
    8
    9
    10
    11
    12
    13
    14
    15
    16
    18
    19
    20
    21
    22
    23
    25
    26
    27
    28
    29
    30
    31
    1
    2
    3
    4
    5
    6
    7
    8
    9
    10
    11
       >> รายการสัมมนาทั้งหมด
       >> สถานที่อบรม-สัมมนาทั้งหมด

    ค่าลดหย่...
       
    อัตราภาษ...
       
    ซื้อกระเ...
       
    เงินได้ต...
       
    กรณีบริษ...
       
     

    สัมภาษณ์พิเศษท่านจิตรมณี สุวรรณพูล
       
    เบี้ยปรับและเงินเพิ่ม กรณีภาษีเงินได้นิติบุคคล
       
    การเสียภาษีมูลค่าเพิ่มของเงินจองหรือเงินดาวน์
       
     
     
     

    ท่องโลกภาษี

    5_442_01 

    รัฐบาลฝรั่งเศสแนะนำมาตรการภาษีที่จัดเก็บจากก๊าซเรือนกระจก

    ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส (Mr.Nicolas SarKozy) ได้ประกาศให้คณะรัฐมนตรีทราบในระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรีกรณีมาตรการภาษีที่รัฐบาลจะจัดเก็บจากก๊าซเรือนกระจกซึ่งจะมีผลใช้บังคับตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2553 เป็นต้นไป

    ประธานาธิบดีฯ ชี้แจงว่า รัฐบาลได้พิจารณาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับมาตรการภาษีดังกล่าวเนื่องจากเป็นวาระเร่งด่วนและต้องการให้กระบวนการทางกฎหมายเสร็จสิ้นก่อนการเลือกตั้งในเดือนมีนาคม ในขณะที่ศาลรัฐธรรมนูญได้ตำหนินโยบายภาษีของรัฐบาล เนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญมองว่ามาตรการภาษีดังกล่าวไม่ก่อให้เกิดความเท่าเทียมกันในสังคม อีกทั้งบริษัทฯอุตสาหกรรมหนักยังคงอยู่ในระบบโควตา ดังนั้น ยังไม่ถึงเวลาที่ต้องรับภาระภาษีจากผลกระทบของก๊าซเรือนกระจกจนกระทั่งปี 2013 อย่างไรก็ดี เพื่อไม่ให้มีความขัดแย้งกันในส่วนราชการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจึงได้จัดกลุ่มประเภทอุตสาหกรรมและระดับการใช้พลังงานเพื่อกำหนดอัตราภาษีให้แตกต่างกัน

    นอกจากนี้ รัฐบาลยังมีนโยบายภาษีในด้านอื่นๆ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน แต่จะนำเสนอให้รัฐสภาเห็นชอบหลังจากการเลือกตั้งเดือนมีนาคม

    กาหลีใต้ออกมาตรการภาษีเพื่อพัฒนาเมืองใหม่เซจอง

    รัฐบาลเกาหลีใต้ได้สรุปผลการศึกษาแผนการพัฒนาเศรษฐกิจ และมีมาตรการเพื่อรองรับผลการศึกษาได้แก่ มาตรการภาษีและความช่วยเหลือธุรกิจเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ เมืองใหม่เซจอง ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงโซลไปทางใต้ 130 กม. โดยรัฐบาลจะจัดตั้งเป็นตำบลปกครองพิเศษและมีหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องทั้งหมด 9 กระทรวง 4 หน่วยงานในพื้นที่ดังกล่าวด้วย

    อย่างไรก็ดี ในปีที่ผ่านมาแนวความคิดโครงการดังกล่าวเป็นอันตกไป เนื่องจากรัฐบาลไม่มีแผนพัฒนาที่เป็นรูปธรรม แต่ในปีนี้นอกจากรัฐบาลจะพัฒนาให้เป็นเมืองใหม่แล้ว ยังได้แนะนำแผนพัฒนาดังกล่าวควบคู่ไปกับแผนพัฒนาการศึกษาโดยการสนับสนุนเมืองใหม่ เซจองให้เป็นศูนย์กลางแห่งการเรียนรู้ด้านธุรกิจและศูนย์การพัฒนาวิทยาศาสตร์ระหว่างประเทศ ซึ่งยังได้รับความเห็นชอบและสนับสนุนด้าน เงินทุนจากบริษัทเอกชนและมหาวิทยาลัยให้รัฐบาลดำเนินการโครงการดังกล่าว

    รัฐบาลได้เสนอมาตรการภาษีและกำหนดให้ธุรกิจที่อยู่ในเมืองใหม่เซจองเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตราร้อยละ 0 เป็นระยะเวลาสามปีแรก และสองปีถัดไปให้เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลลดลงร้อยละ 50 โดยรัฐบาลมุ่งเน้นธุรกิจใน ด้านเทคโนโลยีและสารสนเทศ และธุรกิจใน พื้นที่ดังกล่าวยังได้รับยกเว้นภาษีที่ดินเป็นระยะเวลา 15 ปี

    นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้จัดหาที่ดินในราคาถูกให้กับผู้ที่สนใจเพื่อโน้มน้าวให้นักลงทุนย้ายฐานการลงทุนจากกรุงโซลมายังเมืองใหม่เซจอง และสนับสนุนในด้านต่างๆ เช่น ค่าก่อสร้างอาคาร ค่าฝึกอบรมพนักงาน ค้าจ้างพนักงาน ค่าขนส่ง ฯลฯ ทั้งนี้ แผนการพัฒนาเมืองใหม่ฉบับนี้อยู่ระหว่างการนำเสนอประธานาธิบดีฯ (Mr. Lee Myung Bak) เพื่อพิจารณาให้แผนการพัฒนาฯ มีผลใช้บังคับต่อไป

    อสเตรเลียอยู่ระหว่าง การศึกษาเพื่อปฏิรูปหลักเกณฑ์การควบคุมบริษัทต่างชาติ (Controlled Foreign Company Rule หรือ CFC Rule)

    เนื่องจากออสเตรเลียมีแผนการปฏิรูป กฎและระเบียบต่างๆ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจโดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกฎหรือระเบียบที่มีผลกระทบต่อ การบริหารจัดเก็บภาษีเงินได้ที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ ดังนั้น CFC rule จึงเป็นส่วนหนึ่งในแผนการปฏิรูปสำหรับปีงบประมาณ 2553-2554

    กรมการคลังแห่งออสเตรเลียแจ้งว่า แนวการปฏิรูปโดยการตั้งคำถามว่า การทำธุรกิจเพื่อวัตถุประสงค์เชิงพาณิชย์โดยชอบด้วยกฎหมาย เหตุใดผู้มีถิ่นที่อยู่ในออสเตรเลียซึ่งลงทุนธุรกิจในต่างประเทศจึงเสียภาษีในระดับเดียวกันเสมือนกับการลงทุนประเภทอื่นๆ ภายใต้กฎหมายเดียวกัน ซึ่งต่อมา เจ้าหน้าที่ได้ทดสอบการ แข่งขันทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มตั้งแต่กิจกรรมการก่อตั้ง การค้า การลงทุน การคลัง และกิจกรรมอื่นๆ ที่บริหารจัดการโดยมนุษย์ ผ่านสถานประกอบการ

    ผลจากการทดสอบสรุปได้ว่า การลงทุนทางอ้อมในต่างประเทศไม่ควรได้รับประโยชน์มากกว่าการลงทุนทางอ้อมในประเทศ เนื่องจากการลงทุนทางอ้อมในต่างประเทศจะดำเนินการอย่างต่อเนื่องเสมือนกับการลงทุนในออสเตรเลีย และผลประโยชน์ที่แตกต่างกันจากการลงทุนในต่างประเทศควรขจัดออกไปโดยต้องไม่มีแนวคิดที่อคติ

    ผลลัพธ์ที่ได้คือ การปฏิรูป CFC rule เป็นการปรับปรุงเพื่อให้มั่นใจว่าการลงทุนทางอ้อมในต่างประเทศของชาวออสเตรเลียจะไม่ถูกบิดเบือนโดยผลการพิจารณาทางภาษี ซึ่ง CFC rule ควรลดความเข้มข้นของกฎหมายและลดมูลค่าในการบริหารจัดการเพื่อการลงทุน ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดเก็บภาษีจากผู้เสียภาษีที่เป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ในออสเตรเลียบนพื้นฐานการคำนวณจากหุ้นส่วนของผลได้จากการลงทุนในต่างประเทศซึ่งผู้นั้นถือครองจากสัดส่วนที่เป็นดอกเบี้ย

    วามร่วมมือด้านทรัพย์สินทางปัญญาของอินเดียส่งผลกระทบต่อการกำหนดราคาโอน

    สืบเนื่องจากการแถลงข่าวของกรมนโยบายและการส่งเสริมอุตสาหกรรมครั้งที่ 8 ประจำปี 2552 รัฐบาลอินเดียได้ยอมให้มีการจ่ายค่าสิทธิ ค่าธรรมเนียมการถ่ายทอดเทคโนโลยี และสิทธิในการใช้เครื่องหมายการค้าโดยไม่ต้องขอความยินยอมจากรัฐบาลอินเดียอีกต่อไป อย่างไรก็ดี การจ่ายค่าสิทธิระหว่างบริษัทในกลุ่มเดียวกันและการจ่ายเงินที่คล้ายคลึงกัน จะต้องอยู่ภายใต้การควบคุมการกำหนดราคาโอนโดยใกล้ชิด

    ก่อนหน้านี้ รัฐบาลอินเดียกำหนดให้มีการควบคุมการโอนเงินตราไปต่างประเทศสำหรับการจ่ายค่าสิทธิภายใต้ความร่วมมือทางเทคโนโลยีระหว่างประเทศ โดยรัฐบาลจะเข้ามาควบคุมหากยอดการจ่ายค่าสิทธิสูงกว่าเพดานที่กำหนดไว้ เช่น การจ่ายค่าสิทธิที่มากกว่า 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และ/หรือ การจ่ายค่าสิทธิที่มาก กว่าร้อยละ 5 ของยอดขายภายในประเทศ และร้อยละ 8 ของยอดส่งออก แต่หากในกรณีที่ไม่มีการถ่ายทอดเทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้อง เพดานของการจ่ายค่าสิทธิในการใช้เครื่องหมายการค้าและแบรนด์เนมจะอยู่ที่ร้อยละ 2 ของยอดส่งออก และร้อยละ 1 ของยอดขายภายในประเทศ

    สำหรับการกำหนดเพดานการจ่ายค่าสิทธิเพื่อควบคุมการโอนเงินไปต่างประเทศนั้น ที่ผ่านมาสรรพากรอินเดียใช้เพดานอัตราการจ่ายเงินดังกล่าวเป็นเกณฑ์ในการคำนวณว่าค่าสิทธิและค่าธรรมเนียมทรัพย์สินทางปัญญาเป็นไปตามหลักการ Arms Length หรือไม่ นั่นคือ การจ่ายค่าสิทธิอยู่ในระดับที่บริษัทที่เป็นอิสระต่อกันเรียกเก็บหรือไม่

    อย่างไรก็ดี การผ่อนผันหลักเกณฑ์ในการควบคุมการจ่ายค่าสิทธินั้น ทำให้บริษัทในกลุ่มที่มีความเกี่ยวข้องกันจำเป็นต้องมีเอกสารหลักฐานแสดงการจ่ายค่าสิทธิและประโยชน์ทางด้านเทคโนโลยีที่ได้รับ ทั้งนี้ การจ่ายเงินดังกล่าวจะต้องเป็นไปตามนโยบายราคาโอนของกลุ่ม

    าลสูงสุดของสหราช-อาณาจักรมีคำพิพากษายกฟ้องคดีภาษีของบริษัท Vodafone

    ศาลสูงสุดของสหราชอาณาจักรได้มีคำ- พิพากษายกฟ้องคดีภาษีของบริษัทโทรคมนาคมเคลื่อนที่ Vodafone กรณีสรรพากรและศุลกากรแห่งสหราชอาณาจักร (HM Revenue and Customs หรือ HMRC) ประเมินภาษีเงินได้นิติบุคคลของบริษัท Vodafone เพิ่มเติมอีกจำนวน 2,200 ล้านปอนด์ ภาษีเพิ่มเติมดังกล่าวเกิดจากการเข้าควบคุมบริษัทโทรคมนาคมของเยอรมนีรายบริษัท Mannesman ในปี 2000

    คดีดังกล่าวเกิดขึ้นในปี 2002 เมื่อ Vodafone จัดตั้งบริษัท Vodafone Investment Luxembourg Sarl (VIL) เพื่อจัดการหุ้นของ Vodafone ใน Mannesman นอกจากนี้ VIL ยังมีหน้าที่ถ่ายเทหมุนเวียนเงินสดและกำไรระหว่างบริษัทในกลุ่มอีกด้วย คดีได้ถูกนำขึ้นสู่กระบวนการในชั้นศาลโดยในขั้นแรกศาลต้องตีความหลักเกณฑ์การควบคุมบริษัทต่างชาติของสหราชอาณาจักร หรือ Controlled Foreign Companies (CFC) Regulations ซึ่งเป็นกฎหมายที่คอยควบคุมดูแลบริษัทต่างชาติและบริษัทในกลุ่มที่เกี่ยวข้องให้ชำระภาษีไม่ต่ำกว่าอัตราภาษีตามกฎหมายของสหราชอาณาจักรถึงแม้ว่าบริษัทสาขาจะตั้งอยู่ในประเทศที่มีอัตราภาษีต่ำก็ตาม

    เมื่อเดือนพฤษภาคม 2009 ศาลอุทธรณ์กลับคำพิพากษาของศาลสูงในปี 2008 ที่พิพากษาให้ Vodafone ไม่ต้องนำเงินได้ที่เกิดจากการดำเนินการของ VIL มาคำนวณภาษีเงินได้นิติ- บุคคลในสหราชอาณาจักร ทั้งนี้ ศาลอุทธรณ์ให้ความเห็นว่ากฎหมาย CFC ของสหราชอาณาจักรเป็นกฎหมายเฉพาะและให้นำมาใช้กับบริษัทที่ ตั้งอยู่นอกเขตเศรษฐกิจยุโรป หรือ European Economic Area (EEA) และที่ตั้งอยู่ใน EEA ที่ไม่ได้ประกอบกิจการทางธุรกิจโดยแท้

    (ติดตามเนื้อหาเต็มได้ในวารสารสรรพากรสาส์นประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2553)

    หน้า 1   


    จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต

     

    Copyright © 2006 สรรพากรสาส์น All rights reserved. Do not duplicate or redistribute in any form.
    สรรพากรสาส์น ชั้น 1 อาคารสวัสดิการ กรมสรรพากร เลขที่ 90 ถนนพหลโยธิน ซอย 7 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
    โทร 02-617-3239, 02-272-9558, 02-272-9559
    Design by: b plus j Co., Ltd.