หน้าแรก     แผนผังเว็บไซต์     ติดต่อเรา           

ลงทะเบียน
 
ชื่อผู้ใช้ (ชื่อหรือชื่อบริษัท)
รหัสผ่าน (เลขที่สมาชิกหนังสือ)
  • ลืมรหัสผ่านสมาชิก
  •  
       
    กรอก Email รับข่าวสาร
     
     

    ธันวาคม - 2561 
    อา
    พฤ
    25
    26
    27
    28
    29
    30
    1
    2
    3
    4
    5
    6
    7
    8
    9
    10
    11
    12
    13
    14
    15
    16
    17
    18
    19
    20
    21
    22
    23
    24
    25
    26
    27
    28
    29
    30
    31
    1
    2
    3
    4
    5
       >> รายการสัมมนาทั้งหมด
       >> สถานที่อบรม-สัมมนาทั้งหมด

    ค่าลดหย่...
       
    อัตราภาษ...
       
    ซื้อกระเ...
       
    เงินได้ต...
       
    กรณีบริษ...
       
     

    สัมภาษณ์พิเศษท่านจิตรมณี สุวรรณพูล
       
    เบี้ยปรับและเงินเพิ่ม กรณีภาษีเงินได้นิติบุคคล
       
    การเสียภาษีมูลค่าเพิ่มของเงินจองหรือเงินดาวน์
       
     
     
     

    การบัญชีสำหรับมูลค่ายุติธรรม

    3_418 

    การวัดมูลค่าองค์ประกอบ งบการเงินในงบแสดงฐานะการเงินและงบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จมีหลายวิธีในการกำหนดมูลค่า ได้แก่ ราคาทุนเดิม ราคาในปัจจุบัน มูลค่าที่จะ ได้รับ และมูลค่ายุติธรรม ซึ่งการเลือกใช้วิธีการใดในการวัดมูลค่าขึ้นอยู่กับความต้องการของกิจการและจะต้องเป็นไปตามหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไปและมาตรฐานการบัญชี

    การวัดมูลค่าหรือการเปิดเผยข้อมูลในปัจจุบัน มีการนำแนวความคิดในเรื่องมูลค่ายุติธรรม (Fair Value) มาใช้กันมากขึ้น จะเห็นได้จากการที่มาตรฐานการบัญชีหลายๆ ฉบับ ได้กำหนดให้การวัดมูลค่าโดยใช้มูลค่ายุติธรรมเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการวัดมูลค่าสินทรัพย์หรือหนี้สิน (เช่น ที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ สินทรัพย์ไม่มีตัวตน สามารถเลือกแสดงด้วยราคาที่ตี ใหม่ได้) รวมทั้งมีมาตรฐานการบัญชีบางฉบับกำหนดให้ใช้การวัดมูลค่าด้วยวิธีมูลค่ายุติธรรมเท่านั้น (เช่น เงินลงทุนในหลักทรัพย์ เพื่อค้า หลักทรัพย์เผื่อขายต้องแสดงด้วยมูลค่ายุติธรรม ณ วันสิ้นงวด) รวมทั้งแม่บทการบัญชีของคณะกรรมการมาตรฐานการบัญชีระหว่างประเทศ (International Accounting Standard Board: IASB ได้ปรับลักษณะเชิงคุณภาพของงบการเงินให้ความเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจ (Relevance) และการเป็นตัวแทนอันเที่ยงธรรม (Representa- tion Faithfulness) เป็นลักษณะหลัก เนื่องจากลักษณะดังกล่าวสอดคล้องกับมูลค่ายุติธรรมนั่นเอง การบัญชีสำหรับมูลค่ายุติธรรมนี้เป็นการเปลี่ยนแนวคิดจากราคาทุน (Cost Base) เป็นมูลค่ายุติธรรม (Fair Value Base) เพื่อเป็นการสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงของระดับราคาของรายการในงบการเงิน

    าคาทุนเดิม

    แม่บทการบัญชีของคณะกรรมการกำหนดมาตรฐานการบัญชี สภาวิชาชีพบัญชีฯ ได้ให้ คำจำกัดความของราคาทุนเดิม (Historical Cost) ว่าหมายถึง การบันทึกสินทรัพย์ด้วยจำนวนเงินหรือรายการเทียบเท่าเงินสดที่จ่ายไป หรือบันทึกด้วยมูลค่ายุติธรรมของสิ่งที่นำไปแลกสินทรัพย์มา ณ เวลาที่ได้มาซึ่งสินทรัพย์นั้น และการบันทึกหนี้สินด้วยจำนวนเงินที่ได้รับจากการก่อภาระผูกพัน หรือบันทึกด้วยจำนวนเงินสดหรือรายการเทียบเท่าเงินสดที่คาดว่าจะต้องจ่ายเพื่อชำระหนี้สินที่เกิดจากการดำเนินงานตามปกติของกิจการ

    ข้อดีของราคาทุนเดิม

    ราคาทุนเดิมเป็นราคาที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย เพราะเป็นราคาที่มีหลักฐาน ซึ่งสามารถตรวจสอบได้แน่นอน เนื่องจากเป็นราคาที่ตกลงกันระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ราคาทุนยังช่วยแก้ปัญหาความยุ่งยากอันเนื่องมาจากมูลค่าของสินทรัพย์ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา อย่างไรก็ตาม การวัดมูลค่าสินทรัพย์ตามราคาทุนมี ข้อเสียอยู่หลายประการ เช่น สินทรัพย์ยังคงแสดงในราคาทุนเดิม ทั้งที่มูลค่าในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงจนราคาทุนเดิมไม่มีความหมาย และไม่ได้คำนึงถึงกำไรขาดทุนอันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงราคาของสินทรัพย์

    ราคาทุนเดิมได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายจากนักบัญชี และถือว่าเป็นวิธีการพื้นฐานสำหรับมาตรฐานการบัญชีหลายๆ ฉบับ เพราะว่าเป็นราคาที่มีหลักฐานอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริงและสามารถตรวจสอบได้แน่นอน โดยราคาทุนเดิมถือว่าเป็นราคาที่ตกลงกันระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย (Arm’s-length Transaction) ซึ่งลักษณะของรายการเกิดขึ้นกับบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องกัน จึงช่วยหลีกเลี่ยงการขัดแย้งทาง ผลประโยชน์ นอกจากนี้ รายการที่เกิดขึ้นต่างๆ จะต้องมีเอกสารประกอบการเกิดรายการ ซึ่งถือว่าเป็นหลักฐานที่ช่วยให้สามารถตรวจสอบจากคู่ค้าหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องได้ ดังนั้น ข้อดีที่สำคัญของราคาทุนเดิม คือมีหลักฐานที่สามารถตรวจสอบได้แน่นอน ราคาทุนเดิมยังเพิ่มความสะดวกให้แก่นักบัญชี เนื่องจากช่วยแก้ปัญหาและลดความยุ่งยากจากมูลค่าของสินทรัพย์ที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เหตุผลหลักที่ราคาทุนเดิมได้รับการยอมรับจากนักบัญชีในการนำมาเป็นแนวทางในการวัดมูลค่าคือ นักบัญชีเชื่อว่าราคาทุนเดิมเป็นการสะท้อนราคาที่แท้จริงของสินทรัพย์ในขณะที่เกิดรายการ ดังนั้น การที่ นักบัญชีให้ความเชื่อถือต่อการแสดงมูลค่าของสินทรัพย์หรือหนี้สินด้วยราคาทุนเดิม ทำให้ราคาทุนเดิมยิ่งมีความน่าเชื่อถือมาก

    ข้อเสียของราคาทุนเดิม

    การวัดมูลค่าสินทรัพย์ตามราคาทุนเดิม ก็ยังมีข้อจำกัดอยู่ สินทรัพย์และหนี้สินยังคงแสดงในราคาทุนเดิม ทั้งที่มูลค่าในปัจจุบันมี การเปลี่ยนแปลงจนราคาทุนเดิมไม่ได้สะท้อนราคาที่แท้จริงของรายการดังกล่าว ทำให้ข้อมูล การเงินที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงิน ไม่สอดคล้องและใกล้เคียงกับความเป็นจริงกับการที่จะนำไปใช้ในกระบวนการวางแผน และพิจารณาตัดสินใจ ซึ่งนักวิจารณ์หลายท่าน กล่าวว่า ความเหมาะสมและทันต่อสถานการณ์ถือว่ามีความสำคัญมากกว่าการมีหลักฐาน อันเที่ยงธรรม (Objectivity) และความสามารถตรวจสอบได้ (Verifiability) เนื่องจากการ นำเสนอฐานะการเงินและผลการดำเนินของกิจการจะต้องสอดคล้องใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากที่สุด โดยงบการเงินที่นำเสนอจะต้องสะท้อนความรับผิดชอบของฝ่ายบริหารที่มี ต่อการบริหารทรัพยากรขององค์การให้เกิดประโยชน์ ความสามารถในการบริหารการเงิน ความสามารถในการชำระหนี้

    วามหมายของมูลค่ายุติธรรม

    คณะกรรมการมาตรฐานการบัญชี ของประเทศสหรัฐอเมริกาที่มีชื่อว่า FASB (Financial Accounting Standards Board) ได้ออก Statements of Financial Accounting Concepts (SFAC) โดย SFAC No.7 ได้ให้ คำนิยามของมูลค่ายุติธรรม (Fair Value) ของสินทรัพย์และหนี้สินไว้ว่า "The amount at which that asset (or liability) could be bought (or incurred) or sold (or settled) in a current transaction between willing parties, that is other than in forced or liquidation sale."

    (ติดตามเนื้อหาเต็มได้ในวารสารสรรพากรสาส์นประจำเดือนพฤศจิกายน 2555)

    หน้า 1   


    จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต

     

    Copyright © 2006 สรรพากรสาส์น All rights reserved. Do not duplicate or redistribute in any form.
    สรรพากรสาส์น ชั้น 1 อาคารสวัสดิการ กรมสรรพากร เลขที่ 90 ถนนพหลโยธิน ซอย 7 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
    โทร 02-617-3239, 02-272-9558, 02-272-9559
    Design by: b plus j Co., Ltd.