หน้าแรก     แผนผังเว็บไซต์     ติดต่อเรา           

ลงทะเบียน
 
ชื่อผู้ใช้ (ชื่อหรือชื่อบริษัท)
รหัสผ่าน (เลขที่สมาชิกหนังสือ)
  • ลืมรหัสผ่านสมาชิก
  •  
       
    กรอก Email รับข่าวสาร
     
     

    มิถุนายน - 2561 
    อา
    พฤ
    27
    28
    29
    30
    31
    1
    2
    3
    4
    5
    6
    7
    8
    9
    10
    11
    12
    13
    14
    15
    16
    17
    18
    19
    20
    21
    22
    23
    24
    25
    26
    27
    28
    29
    30
    1
    2
    3
    4
    5
    6
    7
       >> รายการสัมมนาทั้งหมด
       >> สถานที่อบรม-สัมมนาทั้งหมด

    ค่าลดหย่...
       
    อัตราภาษ...
       
    ซื้อกระเ...
       
    เงินได้ต...
       
    กรณีบริษ...
       
     

    สัมภาษณ์พิเศษท่านจิตรมณี สุวรรณพูล
       
    เบี้ยปรับและเงินเพิ่ม กรณีภาษีเงินได้นิติบุคคล
       
    การเสียภาษีมูลค่าเพิ่มของเงินจองหรือเงินดาวน์
       
     
     
     

    ฉ้อโกง ยักยอก หลอกให้เสียทรัพย์ ต้องรับผลทางภาษี
    ฉ้อโกง ยักยอก หลอกให้เสียทรัพย์ ต้องรับผลทางภาษี
    กัมปนาท บุญรอด*
     
               ทรัพย์สินนอกจากเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญเพื่อนำมาใช้ในการดำรงชีพของบุคคลแล้ว ยังเป็นดัชนีชี้วัดศักยภาพด้านต่างๆ ของประเทศชาติด้วย ดังนั้น การไม่เคารพหรือประทุษร้ายต่อทรัพย์สินของผู้อื่นไม่ว่าจะเป็นตัวทรัพย์สิน สิทธิในทรัพย์สิน (กรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครอง) หรือการใช้ประโยชน์จากทรัพย์นั้นๆ โดยทุจริต ย่อมส่งผลกระทบต่อเจ้าของทรัพย์สินและความสงบเรียบร้อยของสังคมในภาพรวม จึงจำเป็นที่รัฐต้องเข้ามามีบทบาทหน้าที่คุ้มครองด้วยการบัญญัติเป็นความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ไว้ในประมวลกฎหมายอาญาลักษณะ 12 แยกตามลักษณะของการกระทำและวัตถุแห่งการกระทำ (ตัวทรัพย์สิน) ออกเป็นความผิดได้ 8 หมวด[1] โดยในบทความนี้จะขอกล่าวถึงสาระสำคัญความผิดเกี่ยวกับฉ้อโกงและสาระสำคัญความผิดเกี่ยวกับยักยอก
    และส่วนที่เกี่ยวข้องกับประมวลรัษฎากรซึ่งได้บัญญัติไว้ตามลักษณะของฐานความผิดและการนำไปปรับใช้กับประมวลรัษฎากร
    1. สาระสำคัญของความผิดฐานฉ้อโกง[2]
              “ฉ้อโกง” คือ การที่ผู้ใดโดยทุจริตหลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง และโดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม หรือทำให้ผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม ทำ ถอน หรือทำลายเอกสารสิทธิ สำหรับองค์ประกอบความผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 มีดังนี้
               องค์ประกอบความผิด
               1. หลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อความจริง ซึ่งควรบอกให้แจ้ง 
               2. โดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม หรือทำให้ผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม ทำ ถอน หรือทำลายเอกสารสิทธิ  
               3. โดยทุจริต 


    *นิติกร กองกฎหมาย กรมสรรพากร
    [1] ปัญญา วรวิวัฒน์ กฎหมายอาญา ภาคความผิดและลหุโทษ มาตรา 107 ถึงมาตรา 398 หน้า 583
    [2] สรุปและรวบรวมมาจากปัญญา วรวิวัฒน์ กฎหมายอาญา ภาคความผิดและลหุโทษ มาตรา 107 ถึงมาตรา 398 หน้า 656-658 และสหรัฐ กิติ ศุภการ หลักและคำพิพากษา Legal Principle Judgments กฎหมายอาญา Criminal Law ปรับปรุงใหม่ 2559 (พิมพ์ครั้งที่ 6) หน้า 511-512  

    หน้า 1   


    จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต

     

    Copyright © 2006 สรรพากรสาส์น All rights reserved. Do not duplicate or redistribute in any form.
    สรรพากรสาส์น ชั้น 1 อาคารสวัสดิการ กรมสรรพากร เลขที่ 90 ถนนพหลโยธิน ซอย 7 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
    โทร 02-617-3239, 02-272-9558, 02-272-9559
    Design by: b plus j Co., Ltd.